วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

Chemical vs Physical เมื่อครีมกันแดดเป็นมากกว่าที่คุณคิด



เมื่อครีมกันแดดเป็นไอเท็มสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวของเรา และกิจกรรมกลางแจ้งของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป บ้างต้องเผชิญแสงแดดแรงๆ ตลอดทั้งวัน บ้างเจอแดดอ่อนๆ แค่ช่วงเช้ากับเย็น แถมสภาพผิวและปริมาณเหงื่อของแต่ละคนก็ยังไม่เหมือนกันอีก ดังนั้นการเลือกครีมกันแดดจึงไม่ใช่แค่การมองหาค่า SPF หรือ PA ที่มีจำนวนบวกมากๆเท่านั้น เราต้องให้ความใส่ใจในรายละเอียดของคุณสมบัติครีมกันแดดให้มากขึ้นอีกหน่อย ไม่ต่างอะไรกับการเลือกครีมบำรุงผิว ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้ครีมกันแดดที่   เหมาะสมและสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

ก่อนอื่นอยากให้ทำความรู้จักกับประเภทของครีมกันแดดที่มีขายอยู่ในท้องตลาดเสียก่อน ในปัจจุบันมีครีมกันแดดอยู่ 3 ประเภท ดังนี้

SUPER SUNSCREEN
1.    Chemical Sunscreen
เป็น ครีมกันแดดที่เน้นให้ส่วนผสมของสารเคมีเป็นตัวทำหน้าที่ปกป้องแสงแดด การทำงานจะเป็นลักษณะดูดซึมเข้าผิวหนัง แล้วกันแดดด้วยการดูดซับรังสียูวีเอาไว้ไม่ให้ผ่านเข้าสู่ผิวได้ ส่วนมากมีความคงทนต่อแสงแดดในระดับสูง แต่สารกรองแสงบางตัวอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ และสารบางตัวมีประสิทธิภาพในการกันแดดด้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นบางยี่ห้อจึงมีระบุเอาไว้ว่าควรทาซ้ำอีก ครีมกันแดดประเภทนี้มักมีลักษณะคล้ายน้ำหรือนม สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี

SUPER SUNSCREEN
2.    Physical Sunscreen
เป็น ครีมกันแดดที่ทำงานในลักษณะสะท้อนแสงแดด เนื้อครีมอยู่ในลักษณะของการเคลือบผิวเอาไว้ มีความคงทนต่อแสงแดดได้ดี แต่อาจไม่สูงเท่ากับครีมกันแดดประเภท chemical จัดเป็นครีมกันแดดที่มีความปลอดภัยสูง โอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองน้อยมาก แต่จะมีข้อเสียตรงที่เมื่อทาแล้วหน้าอาจขาววอกหรือดูลอย มีความหนา ไม่โปร่งแสง

SUPER SUNSCREEN

3.    แบบผสม
เป็นครีมกันแดดที่พยายามแก้ไขข้อบกพร่องของ ครีมทั้ง 2 ประเภทข้างต้น คือลดความระคายเคืองจากประเภท chemical และลดความขาววอก หนาทึบ ของประเภท physical แต่เนื่องจากเป็นการผสมผสาน ดังนั้นจึงไม่สามารถดึงจุดเด่นของแต่ละประเภทให้โดดเด่นออกมาได้เต็มที่ และถ้าสัดส่วนในการผสมผสานคุณสมบัติไม่พอดี ก็จะยิ่งลดประสิทธิภาพของครีมกันแดดลงไปอีก
นอกจากค่าของการกันแดดแล้ว ก็มีประเภทของครีมนี่แหละที่เราต้องตัดสินใจเลือก

SUPER SUNSCREEN
เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป การได้ครีมกันแดดที่ดีก็ถือว่าได้เกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ครีมบำรุงหรือกระบวนการประทินผิวต่างๆ ที่เราได้ลงแรงไปได้ผลเต็มที่นั่นเองค่ะ

***********************************************************************
CREDIT เนื้อหา : INGDAW 
***********************************************************************
Daisy Sunscreen
Contact        : Pure 0964094998
Tel และ Line : 0964094998



วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

วิธีปกป้องคุณจากแสงแดดที่ SO HOT !

วิธีปกป้องคุณจากแสงแดดที่ SO HOT !




1. เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 30 PA+++
และสามารถป้องกันรังสีในช่วงสเปกตรัมที่กว้าง นั่นหมายถึงต้องป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ค่ะ
    

2. ทาครีมกันแดดให้ทั่วถึงก่อนออกแดดทุกครั้ง อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก่อนที่เนื้อครีมกันแดดจะซึมเข้าสู่ผิวให้ทั่วทุกจุดที่ต้องสัมผัสแดดและพร้อมทำงานเพื่อปกป้องผิวของคุณ ถ้ามัวแต่รอให้เจอแดดก่อนค่อยทา มีหวังผิวนุ่มเนียนของเพื่อนๆโดนเผาไหม้เกรียมก่อนแน่ๆค่ะ


3. ถ้าต้องออกแดดหรืออยู่กลางแจ้ง ให้ทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงเพื่อปกป้องผิวตลอดวัน หรือทุกครั้งหลังขึ้นจากน้ำ หรือมีเหงื่อออกมากๆ


4. เราได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตตลอดเวลาทั้งกลางแจ้ง ที่ร่ม หรือแสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น เพื่อนๆจึงควรมีครีมกันแดดพกติดัวไว้เสมอนะคะ

Cr.manager.co.th
Pure เรียบเรียง
Daisy Sunscreen

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

มาดูวิธีดูแลผิวหน้าช่วงหน้าร้อน ให้พร้อมสวยสู้แดดรับซัมเมอร์ที่แสนจะ SO HOT กันค่ะ



มาๆ วันนี้ DAISY SUNSCREEN มาแนะนำวิธีดูแลผิวหน้าร้อน ให้พร้อมสวยสู้แดดรับซัมเมอร์ที่แสนจะ HOT กันค่ะ

❥ ล้างหน้า ทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจด เพราะในแต่ละวันผิวหน้าและผิวกายของเรา ต้องเจอฝุ่นละออง ควันพิษ ควันไฟจากมื้ออาหารรวมถึงเหงื่อไคลทำ
❥ บำรุงผิวอย่างพอเหมาะ สาว ๆ หลายคนอาจคิดว่าการบำรุงผิว จะทำให้ผิวมันเหนอะหนะ ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะอากาศร้อนๆ จะยิ่งทำให้ครีมเหนียวเนอะนะจ๊ะ
❥ ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องผิวของคุณสาว ๆ ที่ห้ามลืมโดยเด็ดขาด
❥ สวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด แต่ช่วยระบายอากาศได้ดี ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าเรียวขา ท่อนแขน จะดำคล้ำเป็นสีแบบทูโทน เกรียมแดดแบบไม่ได้ตั้งใจ
❥ เสริมความแข็งแรงให้ผิวด้วยอาหาร คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการบำรุงผิวสวยใสจากภายในด้วยอาหารอีกแล้ว
❥ หลีกเลี่ยงแสงแดด คือ วิธีที่ดีที่สุด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีรังสียูวีมาก ตั้งแต่ 10.00 - 16.00 น. พยายามหลบแดดด้วยการอยู่ในที่ร่มไว้จะช่วยป้องกันผิวเสียได้ดีที่สุดค่ะ


DAISY Sunscreen
Contact        : Pure 0964094998
Tel และ Line : 0964094998

Cr : http://women.kapook.com/view86079.html

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559

DAISY SUNSCREEN

รู้หมือไร่?
แสงจากหลอดไฟก็สามารถทำร้ายผิวสวยๆของเราได้นะ !!
เรามาดูกันค่ะรังสียูวีเอ (UVA) จากหลอดไฟประเภทต่างๆ เพียวแยกมาให้แล้วดังนี้ค่ะ





1. หลอดฟลูออเรสเซนต์  ที่มีใช้กันตามบ้าน เป็นหลอดไฟที่ไม่ให้ความร้อนมาก แต่จะปล่อยรังสี ยูวีเอ (UVA) แทน ระยะที่ไม่ควรเข้าไปใกล้มากๆคือ 1 เมตร และไม่ควรอยู่ในบริเวณที่มีหลอดไฟอยู่หลายๆหลอดเป็นเวลานานๆ เพราะระยะที่เป็นอันตรายต่อผิวมากๆ  เพราะอาจจะทำให้เกิด ฝ้า กระ และจุดด่างดำบนใบหน้าได้ค่ะ

2. หลอดไฟแบบไส้หรือหลอดทังสเตน (น่าจะเลิกฮิตไปแล้ว แต่ก็ยังเห็นมีใช้กันอยู่ค่ะ)
เป็นหลอดไฟที่ปลอดภัยจากรังสียูวี แต่ก็มีความร้อนสูงพอควร และแสงจากหลอดไฟนี้ ก็ทำให้เกิดความร้อนกับผิวหน้าได้มากค่ะ เพราะความร้อนเป็นต้นเหตุของรังสีอินฟราเรด ซึ่งมีส่วนในการกระตุ้นทำให้เกิดการสร้างเมลานินขึ้นได้ และอาจทำให้เกิด กระ ขึ้นที่บริเวณใบหน้าได้อีกด้วยค่ะ

3. หลอดไฟเมทัลเฮไลด์ (Metal Halide Lamp) หรือหลอดไฟสปอร์ตไลท์ จะปล่อยรังสี UVA ค่อนข้างหนักและมีรังสีเข้มข้นมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆ ค่ะ และเมื่อโดนแสงไฟประเภทนี้นานๆ จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด กระ ฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้า หรือจุดบอบบางของร่างกาย เช่น ดวงตาได้ด้วยค่ะ สาวๆควรหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ๆไฟเมทัลเฮไลด์ เช่น หลอดไฟส่องสินค้าตามห้าง ไฟประดับตามงาน ไฟเวทีการแสดงใหญ่ๆ  รวมไปถึงหลอดไฟในอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ  เช่น เครื่องฉายแผ่นใส เครื่องฉายแอลซีดี เป็นต้นค่ะ

รู้อย่างนี้แล้ว ในแต่ละวัน แม้จะอยู่ในที่ทำงานตลอดเวลา ไม่ค่อยได้ออกไปผจญกับแสงแดด เพื่อนๆก็อย่าคิดว่าไม่เสี่ยงกับแสงยูวีนะคะ เพียวจึงอยากแนะนำให้เพื่อนๆ หมั่นทาครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสี UV ให้กับผิวอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำในทุกวันคะ อย่าคิดว่าแสงจากหลอดไฟเพียงเล็กน้อยคงทำอะไรผิวเราไม่ได้ เพราะหากผิวต้องรับรังสี UV อยู่ทุกวัน อายุผิวก็จะยิ่งเสื่อมสภาพได้เร็วยิ่งขึ้นนะคะ

เพียวเรียบเรียง
Line  : 0964094998
https://goo.gl/QOuZl9